หลายท่านที่อยากเขียนกลอนเป็น แต่งกลอนได้ เอ้ ว่าทำยังไง เราถึงจะเขียนได้ดีหนอ อันดับแรกครับ เราต้องเป็นนักอ่านกลอนก่อน อ่านให้เข้าใจ หรือชอบอ่านแบบจินตนาการไปกับบทกลอนที่เราได้อ่านนั้น และข้อสองคือการจับหลักให้ได้ว่า การเขียนนั้นต้องลงอักขระ วรรคตอนอย่างไร แล้วนำมาไล่ด้วยตัวอักษร สำหรับใครที่เคยเรียนด้านอักษรศาสตร์นั้น คงต้องเข้าใจพื้นฐานภาษาบาลีมาไม่มากก็น้อย นำมาไล่เสียง แต่อย่างไรก็มาติดตามงานเขียนของแอดมินกันไปครับ เพาะว่าวันนี้จะนำบทกลอนที่น่าอ่าน และเป็นต้นตำหรับของ ภาษา กาพย์กลอนในยุคอดีต ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เรียกได้ว่า สมัยสร้างเมืองกรุงเทพครับ จะได้นำมาเรียบเรียงร้อยถ้อยคำกันดังต่อไปนี้ครับ จาก หนังสือเรื่อง โคลงกลบท วัดพระเชตุพล และจะแบ่งเป็นโคลงให้ทุกท่านได้ศึกษาและได้เรียนรู้เป็นบันทัดฐานสืบทอดเจตนารมย์ของบรรพบุรุษต่อไปครับ
กลบทที่ ๑ กลโคลงกาโกโลกไนย แต่งโดย ขุนมหาสิทธิโวหาร ว่าดังนี้
อกพี่หนักอกโอ้ อาวรณ์
คนึงสวาดินุชคนึงนอน นึกเศร้า
ทุกข์เหลือที่ทุกข์ถอน ใจเจ็บ
รักษสนิทคิดรักษเจ้า จิตรร้อนรันจวญ
กลบทที่ ๒ กลโคลงพรางขบวน กรมหมื่นไกรสรวิชิต
พักตร์ผ่อง ผ่องภักตร์ เพี้ยง จันทร
คมเนตร เนตรคม ศร บาดซ้ำ
งามแง่ แง่งาม งอน มารยาตร
งามศักดิ ศักดิงาม ล้ำ เลอศด้วยศักดิงาม
..............................................................................................................................
กลบทที่ ๒ กลโคลงพรางขบวน กรมหมื่นไกรสรวิชิต
พักตร์ผ่อง ผ่องภักตร์ เพี้ยง จันทร
คมเนตร เนตรคม ศร บาดซ้ำ
งามแง่ แง่งาม งอน มารยาตร
งามศักดิ ศักดิงาม ล้ำ เลอศด้วยศักดิงาม
..............................................................................................................................
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น